ประวัติความเป็นมา กต.ตร.(คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ)

กต.ตร.(คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ)

อำนาจหน้าที่ของ กต.ตร.สถานีตำรวจ

 

1.รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจจาก กต.ตร.และ กต.ตร. กทม.หรือ กต.ตร.จังหวัด แล้วแต่กรณีไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลตามนโยบาย 

2.ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจให้เป็นไปตามนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจ 

3.ประสานการตรวจสอบและการติดตามการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ 

4.รับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจให้ข้อมูลข่าวสารและเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ 

5.ให้คำแนะนำและช่วยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการบริหารงานของสถานีตำรวจ 

6.รายงานผลการปฏิบัติงานให้ กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัด ทราบ ตามที่ กต.ตร.กำหนด 

7. แต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ กต.ตร.สถานีตำรวจมอบหมาย 

 

ความสำคัญ กต.ตร. 

พ.ศ. 2541 รัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงกิจการตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีระบบ การบริหารจัดการที่คล่องตัวเป็นอิสระภายในกรอบของกฎหมาย มีการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้สังคมมี ส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายตรวจสอบติดตามและให้ข้อเสนอแนะแก่ตำรวจอย่างเป็นระบบ จึงได้จัดทำร่าง พระราชกฤษฎีกา โอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นส่วนราชการมี ฐานะเป็นกรมไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงและมีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความมั่นคง ภายในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมการตระเวนชายแดน การรักษาความปลอดภัยและ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอำนาจหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม 2541 สำนักเลขานุการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0204/ว(ก) 13744 ถึงกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าบัดนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรง ลงประปรมาภิไธย ในร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้จัดให้นำประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 115 ตอนที่ 73 วันที่ 16 ตุลาคม 2541 ต่อไป สืบเนื่องจากการมีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2541 ดังกล่าว โดยเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับและการ กระจายอำนาจทางการบริหารไปให้หน่วยงานระดับภูมิภาคอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีจึงได้วางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2542 ขึ้น กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจแห่งชาติ ( กต.ตร.) เป็นองค์การ นโยบายตำรวจแห่งชาติ และให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานตร ( กต.ตร.กทม.) และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจระดับจังหวัด ( กต.ตร.จังหวัด ) ตลอดจนกำหนดให้มีคณะกรรมการระดับสถานีตำรวจ ( กต.ตร.สถานีตำรวจ ) เป็นองค์กรที่นำนโยบายพัฒนา และการบริหารงานตำรวจไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลตามนโยบายระดับชาติที่กำหนด รวมทั้งนำความคิดเห็น และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กลับขึ้นสู่กระบวนการกำหนดนโยบายระดับชาติให้สอดคล้อง กับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีประชาชนเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการทุกระดับ

 

 กต.ตร. ทำเพื่อใคร?

 1. โครงการ กต.ตร.พบประชาชน ในรายการ ลูกทุ่งเวทีไท และมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 9 ให้ประชาชนได้รับชมและรับทราบว่า กต.ตร.มีบทบาทหน้าที่อย่างไร ประชาชนจะใช้ช่องทางนี้ให้ เกิดประโยชน์และเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไรจากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ กต.ตร.มีมติออกมาให้ กต.ตร.สถานีตำรวจ จะต้องพบประชาชนพร้อมกับชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์(ตชส.) ของแต่ละสถานีเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งจะทำให้ประชาชนทั่วไป เข้าใจบทบาท กต.ตร.สถานีตำรวจ และการทำงานของตำรวจมากขึ้น 

2. โครงการ 1 กต.ตร.สถานีตำรวจ 1 โครงการ ได้ริเริ่มที่จะให้ กต.ตร.สถานีตำรวจ (ที่ประกอบด้วย ภาคประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ) ได้ร่วมกันคิดกิจกรรมโครงการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและการ ปฏิบัติงานของตำรวจ โดยกำหนดแนวทางในการทำโครงการให้พิจารณาถึงจากการดำเนินการดังกล่าวประสบผล สำเร็จเป็นที่หน้าพอใจอย่างยิ่งทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นประกอบ กับรัฐบาลสามารถที่จะก็ได้ประหยัดงบประมาณเช่นเดียวกัน 

3. โครงการเคาน์เตอร์ กต.ตร. สืบเนื่องมาจากการมาแจ้งความร้องเรียนของประชาชนที่สถานีตำรวจ บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน จึงได้จัดให้มีโครงการเคาน์เตอร์ กต.ตร.ขึ้น โดยให้ กต.ตร.สถานีตำรวจ ที่ว่างเว้นภาระกิจมาร่วมให้คำเสนอแนะแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่สถานี ตำรวจ อนึ่งที่สำคัญใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไม่เข้าใจในเรื่องภาษาเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องให้ กต.ตร.สถานีตำรวจได้มาเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโดยทั่วไปแล้ว กต.ตร.สถานีตำรวจจะเป็นบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ จึงทำให้โครงการ เคาน์เตอร์ กต.ตร.ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

4. โครงการนำความรู้สู่ชุมชน จากการทำงานของ กต.ตร.ที่ผ่านมาทราบว่าปัญหาหนึ่งที่พบคือ ประชาชน ในระดับทั่วไปในชุมชนหมู่บ้านยังไม่ทราบว่า กต.ตร.คืออะไรมีบทบาทหน้าที่อย่างไร ซึ่งประชาชนที่อยู่ในชุมชนนั้น ถือว่าเป็นรากหญ้าอย่างแท้จริง ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเน้นปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชนที่อยู่ในชุมชนนั้น โดยเน้นทั้งประธานชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะต้องได้รับทราบความรู้ในงานของ กต.ตร. เพื่อนำไปขยายต่อประชาชนที่อยู่ในเขตชุมชน หมู่บ้าน นั้น ดังนั้น สง.กต.ตร. จึงร่วมกับ กต.ตร.ภาคประชาชน จัดทำโครงการนำความรู้สู่ชุมชนขึ้น เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2546 ที่ห้องประชุมกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานชุมชนมาร่วม ในโครงการจำนวนทั้งสิ้น 2,700 คน 

5. โครงการร่วมงานประสานใจ จากการดำเนินงานของ กต.ตร.ระดับสถานีตำรวจ ที่ผ่านมาปรากฎว่า กต.ตร.สถานีตำรวจและตำรวจผู้ปฎิบัติงานยังไม่มีการพบปะกันทำให้ความคุ้นเคย ตลอดจนการปฏิบัติงาน ยังไม่เกิดผลเท่าที่ควรจำเป็นที่จะต้องให้ กต.ตร.สถานีตำรวจได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับข้าราชการตำรวจ ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละสถานีตำรวจ รวมทั้งการให้ความรู้ด้านยุทธวิธี กฎหมายเบื้องต้น การบันทึกการตรวจค้น, จับกุม ตลอดจนความรู้ที่จะเกิดประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งการดำเนินตามโครงการดังกล่าว จะทำให้ประสานการทำงานระหว่างกต.ตร.สถานีตำรวจกับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติ งานได้ผลดียิ่งขึ้นประกอบกับทำให้ข้าราชการตำรวจมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น 

6. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการปฎิบัติงานของ กต.ตร.ระดับสถานีตำรวจ ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ในรายการ “เจาะประเด็น กต.ตร.” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.30 น.ทุกวันอังคาร ทำให้ประชาชนทั่วไป ได้รับทราบความเคลื่อนไหวและดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของงาน กต.ตร.มากขึ้น วิธีการปฏิบัติของ กต.ตร. 

 

วิธีการปฏิบัติของ กต.ตร.สถานีตำรวจ 

ในการประสานการตรวจสอบและติดตามการ ปฏิบัติงานของตำรวจ รัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงกิจการตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง ขึ้น มีระบบการบริหารการจัดการที่คล่องตัว เป็นอิสระภายในกรอบของ กฎหมาย มีการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ตรวจสอบ ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะแก่ตำรวจอย่างเป็น ระบบ จึงได้โอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย มาจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับ และ การกระจายอำนาจทางการบริหารไปให้หน่วยงานระดับปฏิบัติการอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ตำรวจแห่งชาติ(กต.ตร.) เป็นองค์กรนโยบายตำรวจแห่งชาติ และให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด (กต.ตร.จังหวัด) ตลอดจนคณะกรรมการระดับสถานีตำรวจ (กต.ตร.สถานีตำรวจ) เป็นองค์กรที่นำนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุ ผลตามนโยบายระดับชาติที่กำหนด รวมทั้งนำความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กลับขึ้นสู่ กระบวนการกำหนดนโยบายระดับชาติ ให้สอดคล้องกับความ ต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

 

Visitors: 99,242